จาก Munich เรานั่งรถไฟเที่ยว 06:45 น. มาถึง Innsbruck เวลา 08:45 น. ตอนแรกตั้งใจจะเช็คเอาต์เที่ยง แต่เห็นค่ารถไฟ (ICE First Class) เที่ยวไก่โห่ราคาถูกมาก คุณพ่อเลยชวนออกจาก Munich แต่เช้าเลยดีกว่า
Innsbruck เป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางของทริปนี้เพราะคุณแม่ไม่อยากให้เพื่อนขับรถมาไกลเกิน แทนที่จะอยู่รอที่ Munich เรานั่งรถไฟมาใกล้ ๆ บ้านเพื่อน (อิตาลี) ขึ้นอีกนิดดีกว่า
พอรถไฟจอดที่ Innsbruck Central Train Station คุณแม่เตรียมตัวลง ส่วนคุณพ่อยืนเลิกลั่ก หันมาบอกคุณแม่ว่ากระเป๋าตังค์หาย คุณแม่ยืนนิ่งไว้ก่อน (แต่ในใจนึกว่าซวยแระ) ถามคุณพ่อว่าหยิบออกมาใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ใช่ที่โรงแรมไหม แต่เราต้องลงจากรถไฟแล้วนะ (รถไฟจะออกแล้ว สถานีที่เราลงไม่ใช่สถานีปลายทาง) แล้วคุณพ่อก็ก้ม ๆ เงย ๆ อยู่สองรอบ เจอกระเป๋าตังค์อยู่ใต้เก้าอี้นั่งตัวเองพอดี (ระหว่างทาง คุณพ่อเปิดกระเป๋าคาดอก หยิบอะไรมาอ่านไม่รู้ แล้วกระเป๋าตังค์หล่นโดยไม่รู้ตัว)
หลังจากนั้นคุณแม่เลยกำชับให้คุณพ่อเก็บกระเป๋าตังค์ไว้ในซิปด้านในกระเป๋าคาดอกอีกที ก่อนหน้านี้คุณพ่อก็ลืมหยิบ Key Card ออกจากห้องโรงแรมที่ Munich 3 รอบเลยนะ ไม่ใช่รอบเดียว จนคุณพ่อบอกว่าต่อไปนี้คงเดินทางคนเดียวไม่ได้ละ ต้องพกเมียไปด้วยตลอด (ประโยคหลังนี่ เมียกล่าว)
โรงแรมที่ Innsbruck อยู่หน้าสถานีรถไฟเลย แต่ Early Check-in ไม่ได้เพราะห้องเต็ม เราเลยฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วข้ามถนนมากินมื้อเช้าที่ร้าน Thai 2 Go ก่อน จากนั้นก็เริ่มเดินสำรวจ Old Town ไปเรื่อย ๆ จนเจอ Colourful Houses ริมแม่น้ำ Inn มีฉากหลังเป็นภูเขากับเมฆหมอกลอยต่ำ ๆ
ถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว คุณแม่ก็ชวนคุณพ่อนั่ง Cable Car ขึ้นเขา Nordkette ความสูง 2,334 เมตร (สูงน้อยกว่าดอยอินทนนท์ประมาณ 200 เมตร) ใช้เวลา 20 นาที กว่าจะถึงยอดเขา แต่คุณพ่อกลัวความสูง เราเลยอยู่บนนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี
คุณแม่เดินชมวิวสักพัก มีนักท่องเที่ยวมาขอให้คุณแม่ช่วยถ่ายรูปคู่ให้ พอถ่ายรูปให้เค้าเสร็จ เค้าก็ถามคุณแม่ว่าอยากให้เค้าถ่ายรูปให้มั้ย คุณแม่บอกไม่เป็นไร เพราะสามีคุณแม่ยืนรอขาสั่นอยู่ข้างล่าง เดี๋ยวต้องรีบลงไป เค้าทำตาโตบอก Oh, sorry!
ลงจากเขามา คุณพ่อก็พาเดินกลับไปเช็คอินที่โรงแรมแล้วนอนพัก รอเพื่อนคุณแม่ขับรถมาหาจากอิตาลี (รถติดมากเพราะเป็นวันเสาร์ช่วงซัมเมอร์ เกรงใจสามีเพื่อนมากขับรถมาเกือบ 5 ชั่วโมง) พอเพื่อนมาถึงก็พากันเดินไปกินมื้อเย็นที่ Panorama Rooftop Bar, Adlers Hotel เป็นมื้อที่หัวเราะกันสนุกสนานมากที่สุด เราแยกย้ายกันตอนสองทุม แล้วนัดเจอกันอีกทีวันรุ่งขึ้น
ตอนเช้า เก้าโมงครึ่ง เราสี่คนพากันเดินเล่นในสวน Hofgarten แล้วลัดเลาะออกมาเดินริมแม่น้ำ Inn สองสามีปล่อยให้สองภรรยาเดินคุยกันให้หนำใจ เช้านี้ฉากหลังของ Colourful Houses เป็นภูเขากับท้องฟ้าสีฟ้า ให้บรรยากาศต่างไปจากวันแรก สวยไปคนละแบบ
พอสาย ๆ หน่อย เพื่อนขับรถพาเราไป Ambras Castle ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาไม่สูงมาก วิวดี คุณพ่อขาไม่สั่น กลับจากปราสาทลงมากินมื้อเที่ยงในเมือง กอดลากับเพื่อนที่ร้าน แล้วเพื่อนก็ขับรถกลับอิตาลี (รถติดมาก ใช้เวลา 5 ชั่วโมงเหมือนเดิม OMG!) เราสองคนเดินอ้อมไปแถว Old Town แวะกินไอติมกันก่อนกลับโรงแรม
เช้าวันที่สาม กินมื้อเช้าเสร็จ ก็นั่ง Shuttle Bus ไป Swarovski Crystal Worlds รถจอดหน้าสถานีรถไฟ (หน้าโรงแรม) เลย สะดวกสบายสุด ๆ เราใช้เวลาอยู่ที่นั่น 2 ชั่วโมงครึ่ง เดินเล่นเพลิน ๆ ทั้งในพิพิธภัณฑ์และในสวน เสร็จแล้วมานั่งพักในร้านอาหารรอเวลารถออก คุณแม่สั่งเค้กพิสทาชิโอมากิน ส่วนคุณพ่อจอง Crystal Cocktail ไว้ 2 แก้วตั้งแต่ตอนกดซื้อตั๋วเข้าชมแล้ว กิน/ดื่มเสร็จ คุณแม่แอบมึนหน่อย ๆ ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มา 30 กว่าปีแล้วจ้ะ
กลับเข้าเมืองมา คุณพ่อพากินอาหารญี่ปุ่น (แต่เจ้าของร้านเป็นคนจีน) วันสุดท้ายก็พาคุณแม่เข้าร้านอาหารไทย (ที่เจ้าของร้านเป็นคนจีนอีกแล้ว) ก่อนจะบ๋ายบาย Innsbruck มุ่งหน้าสู่ Zurich
จากที่คิดว่า Innsbruck จะเป็นแค่ทางผ่าน กลายเป็นว่าเราอยู่ที่นี่ 4 วัน 3 คืน เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่เกินไปแบบ Munich กับ Zurich ไม่เล็กเกินไปแบบ Lucerne กับ Colmar นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมาก อากาศเย็นสบายกำลังดี เดินไปทางไหนก็เห็นภูเขาเป็นฉากหลัง แต่ถ้าใครตั้งใจไปเดินเล่นแค่ในเมือง อยู่สักวันสองวันก็พอ
สรุปแล้ว คุณพ่อคุณแม่เห็นตรงกันว่า Innsbruck เป็นเมืองที่น่าเลิฟน่ารักมากที่สุดในทริปนี้
Imagery: In Love with Innsbruck familygallery
Imagery: In Love with Innsbruck resortgallery
Imagery: Top of Innsbruck familygallery
Imagery: Top of Innsbruck resortgallery
Imagery: Innsbruck Hofgarten and Ambras Castle familygallery
Imagery: Innsbruck Hofgarten and Ambras Castle resortgallery

















Leave a Reply