» » » » คายัก คาใจ (Bioluminescent Clear Kayak)

คายัก คาใจ (Bioluminescent Clear Kayak)

posted in: Blue Ocean, Travelogue | 0

ปีนี้เป็นปีที่สองที่ลูกชายสองคนปิดเทอมไม่พร้อมกัน คุณแม่จึงวางแผนให้คุณพ่อพาลูกกลับกระบี่สองครั้ง (เดือนนี้ไปกับคุณแม่และลูกชายคนเล็ก เดือนหน้าไปกับลูกชายคนโต) เพื่อเติมรักให้คุณปู่คุณย่าและเพิ่มพลังให้คุณพ่อคุณแม่และลูก (เก็บกระบี่กลับบ้าน) มาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ต่อไป

ลงกระบี่ครั้งนี้ นอกจากจะได้อิ่มหนำสำราญไปกับมื้อเช้า ขนมจีนโกจ้อย ข้าวแกงครัวป้าอัญ (คุณพ่อได้เจอเพื่อนสมัยมัธยมด้วย) ติ่มซำเจ๊เป๊ก และมื้อเย็นที่ร้านชะลอม ร้านอัญชลี รวมไปถึงขนมกับเครื่องดื่มที่ The Kopi, Khaothong Hill, TAN CAFE x JUST FINE และไอติมที่อิ่มเอิญแล้ว ลูกชายคนเล็กยังได้ประสบการณ์พายเรือคายักยามค่ำคืนอีกด้วย

เมื่อคุณแม่(คิดว่า)รู้ใจลูก ชวนลูกไปพายเรือคายักที่อ่าวท่าเลนตอนเช้า แต่ลูกตอบกลับแบบมีข้อมูลพร้อมว่าลูกอยากไป Bioluminescent Clear Kayak ที่ไร่เลย์มากกว่า พร้อมส่งลิงก์ข้อมูลมาให้คุณพ่อคุณแม่ดู จากที่ตั้งใจพาลูกไปพายเรือตอนเก้าโมงเช้า สุดท้ายคุณแม่ได้ไปพายเรือกับลูกตอนหกโมงเย็นถึงสองทุ่มจ้ะ

คุณพ่อจัดการจองทริปให้ลูกชายและคุณแม่ แล้วขับรถจากเหนือคลองไปท่าเรือ (40 กม. ใช้เวลา 40 นาที) พาเรานั่งเรือหางยาวจากอ่าวน้ำเมา (15 นาที) ไปหาดไร่เลย์ฝั่งตะวันออก เดินทะลุไปหาดไร่เลย์ฝั่งตะวันตก ถึงจุดนัดพบของ Freebird Paddle Co. ตามเวลานัดหมายก่อนหกโมง

สตาฟแจกเสื้อชูชีพให้ผู้ร่วมทริปทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แล้วหันไปบอกคุณพ่อ (ซึ่งถือเป้อยู่) ว่าให้ฝากสัมภาระไว้กับสตาฟอีกคน คุณพ่อตอบกลับไปว่า “ผมไม่ได้ไปด้วยครับ”

โดยปกติแล้ว ทริปพายเรือคายักใสดูแพลงตอนเรืองแสงยามค่ำคืนจะเป็นการพายเรือออกจากหาดไร่เลย์ฝั่งตะวันตก เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้เห็นพระอาทิตย์ตกและได้พายเรือเข้าถ้ำด้วย แต่คืนนั้นทะเลฝั่งตะวันตกมีคลื่นลมแรง สตาฟจึงเปลี่ยนแผนพาเราพายเรือออกจากหาดไร่เลย์ฝั่งตะวันออก (ที่คลื่นลมสงบกว่า) แทน เพื่อความปลอดภัย

ตอนลงเรือคายักใสที่ริมหาด มีผู้ร่วมทริปอีก 12 คน ลงเรือเป็นคู่รวม 6 ลำ ส่วนคุณแม่กับลูกชายขอพายเดี่ยวคนละลำ (แม้ว่าเรือคายักจะเป็นแบบสองที่นั่งก็ตาม) เพื่อให้ลูกได้มีรูปเดี่ยวสวย ๆ ในเรือใส ๆ สมใจ และมีสตาฟ 3 คน พาย Paddle Board คนละบอร์ด อยู่รอบ ๆ เพื่อดูแลผู้ร่วมทริปในเรือคายักใสทั้งหมด 8 ลำ

ตอนจองทริป คุณพ่อกำชับให้ลูกดูแลคุณแม่ด้วย  ลูกเลยชวนให้คุณพ่อลงเรือลำเดียวกันกับคุณแม่เพื่อจะได้มาดูแลคุณแม่เอง แต่คุณพ่อ (คนกระบี่) ว่ายน้ำไม่เป็นและไม่ชอบผจญภัย คุณแม่จึงรับจบ บอกลูกไปว่า “คุณแม่พายคนเดียวได้ สบ๊าย”

พอถึงเวลาพายจริง คุณแม่พายเรืออกจากฝั่งแบบทุลักทุเลเพราะจ้วงแรงเกินไป จนหัวเรือเบนซ้ายทีขวาที แต่ใช้เวลาไม่นานก็ปรับตัวได้ เปลี่ยนมาพายเบา ๆ ให้ใบพายสัมผัสแค่ผิวน้ำพอ หัวเรือเริ่มตรง แต่จะไปช้ากว่าลำอื่น ๆ นิดนึง ออกห่างจากฝั่งไปไม่ไกล สตาฟมาเปิดไฟที่เรือให้เราได้มองเห็นแนวปะการังใต้ท้องเรือ รวมถึงปลาเล็กปลาน้อยที่ว่ายไปมาบ้าง กระโดดเหนือผิวน้ำบ้าง

พอพายเรือไปใกล้โขดหิน สตาฟให้หยุดพายแล้วดับไฟที่เรือ เอามือวักน้ำทะเล เห็นแสงระยิบระยับของแพลงตอนเรืองแสง (เหมือนหิ่งห้อยแต่อยู่ในทะเล) มองเห็นได้ด้วยตา แต่ถ่ายรูปมามองไม่ชัด และกว่าจะถ่ายรูปลูกได้แต่ละรูป คุณแม่ก็ลำบากลำบนพอสมควรเพราะต้องคอยประคองเรืออยู่ตลอดเวลา

ขากลับเข้าฝั่ง สตาฟพาย Paddle Board เข้ามาใกล้เรือคายักของคุณแม่ แล้วถามว่า “พี่ไหวมั้ยครับ” คุณแม่บอกว่า “ไหว สบายมาก” แต่สตาฟบอก “เดี๋ยวผมช่วยลาก” ตอนนั้นคุณแม่นึกในใจ เอ๊า ทำไมต้องช่วย ก็เราบอกไหว แต่พอกลับมาถึงฝั่งก็ร้อง อ๋อ ด้วยเหตุว่าคุณแม่พายเรือรั้งท้ายห่างจากกลุ่มมาก ๆ นี่เอง ตอนพายอยู่กลางทะเลก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเห็นเรือของคนอื่นอยู่ข้างหน้า คืออยู่ในสายตาเราตลอด แต่ลืมนึกไปว่าข้างหลังเราไม่มีใครแล้วนะ เรือทุกลำอยู่ข้างหน้าเราแบบไกลมาก ๆ ด้วย

ตอนพายกลับเข้าฝั่ง คลื่นแรงกว่าตอนพายออกจากฝั่ง สตาฟเอาเชือกผูกเรือคุณแม่เข้ากับ Paddle Board แล้วพายลากคุณแม่ไปได้สักพัก (ให้คุณแม่เก็บพายแล้วนั่งเฉย ๆ) คุณแม่ถามสตาฟว่า “ลูกชายพี่อยู่ไหนแล้วนี่” สตาฟบอก “ถึงฝั่งแล้วครับพี่” คุณแม่หัวเราะขำตัวเอง “อ้อ โอเค โอเค”

พอถึงฝั่ง ทุกคนพากันเดินกลับไปที่จุดนัดพบเริ่มต้นเพื่อเอาไม้พายไปเก็บ เห็นคุณพ่อเดินออกมาจากร้านนวดข้าง ๆ พร้อมกับเสียงพนักงานนวดบอก “ลูกเมียกลับมาแล้วพี่” สรุปคุณพ่อนวด 1 ชั่วโมง แล้วขอนั่งพักในร้านนวดต่ออีก 1 ชั่วโมง เพื่ออาศัยแอร์เย็น ๆ ระหว่างรอ

ในขณะที่นั่งเรือหางยาวจากหาดไร่เลย์กลับมาที่ท่าเรืออ่าวน้ำเมา คุณแม่บอกคุณพ่อว่า “ถ้าถึงท่าเรือแล้ว ฝากทิปคนขับเรือหางยาวด้วยค่ะ เพราะเค้าเป็นคนช่วยลากเรือคายักของคุณแม่กลับเข้าฝั่ง”

พอถึงท่าเรือ คุณพ่อควักแบงก์ร้อยออกมา 2 ใบ ยื่นให้คนขับเรือแล้วพูดว่า “ถ้าไม่พาภรรยาพี่กลับมา พี่ว่าจะทิปให้ 2,000 แต่นี่พากลับมา พี่เลยทิปแค่ 200” (คนขับเรือหัวเราะจนเรือโคลงเลยทีเดียว)

ตอนขับรถกลับเหนือคลอง คุณพ่อถามลูกว่า “สนุกมั้ย” ลูกยิ้มตอบว่า “สนุกครับ แต่เสียดายไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกและไม่ได้เข้าถ้ำ” คุณแม่ออกความเห็นว่า “รอบหน้าคงต้องมาใหม่จะได้ไม่คาใจ แล้วจัดปีนผาไปด้วยเลยนะ” (ลูกยิ้มกริ่ม)

หมายเหตุ: วันนี้วันคล้ายวันเกิดของคุณพ่อ อายุครบ 55 ปี คุณแม่และลูกชายสองคนไม่มีอะไรให้คุณพ่อเป็นพิเศษ นอกเหนือไปจากการเป็นภรรยาและลูกที่มีความสุข  เพราะพวกเรารู้ว่าคุณพ่อจะมีความสุขเมื่อเห็นพวกเรามีความสุข อ้อ อยู่ ๆ คุณพ่อก็พูดขึ้นมาว่า “วันนี้วันเกิดคุณพ่อ อยากซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้คุณแม่” (ห๊ะ คุณแม่ถลึงตาตกใจ แต่เพื่อความสุขของคุณพ่อ คุณแม่เลยต้องปล่อยเลยตามเลย จุ๊บจุ๊บ อิอิ)

Imagery: Kayak Kajai familygallery

Imagery: Kayak Kajai resortgallery

 

Facebook Comments

Leave a Reply