» » » » เซใจไปไทเป (The plan is… NO PLAN.)

เซใจไปไทเป (The plan is… NO PLAN.)

ช่วงปลายปี 2024 ต่อต้นปี 2025 โรงเรียนน้องโรมหยุดเทศกาลปีใหม่รวม 16 วัน คุณพ่อลางาน 2 สัปดาห์แต่ก็ยังคง Work From Home ในสัปดาห์แรก ส่วนพี่รักมีวันหยุดแค่ 5 วันตามปฏิทิน พวกเราสี่คนตั้งใจกลับกระบี่ 4 คืนไปหาคุณปู่คุณย่าของพี่รักและน้องโรม

สัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคม อาจารย์ของพี่รักค่อย ๆ ทยอยกันยกเลิกคลาสทีละวิชา สุดท้ายพี่รักได้มีวันหยุดช่วงเทศกาลรวม 8 วัน (กว่าจะรู้ครบทุกวิชาก็กลางเดือนแล้ว) แต่เราจองตั๋วเครื่องบินลงกระบี่เช้าวันที่ 31 ไปเรียบร้อยก่อนหน้านั้น คุณแม่เลยชวนทุกคนไปนอนเล่น อ่านหนังสือ และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เขาใหญ่ระหว่างวันที่ 26-30 ธันวาคม

ทุกคนบอกคุณแม่ว่าไปไหนก็ได้แล้วแต่คุณแม่ แต่น้องโรมแอบถามคุณพ่อว่าที่เขาใหญ่มีอะไร คุณแม่แค่จะเปลี่ยนที่นอนเหรอ ส่วนคุณพ่อบ่นว่าที่พักที่เขาใหญ่แพงมากเว่อร์เพราะไม่ได้จองล่วงหน้า ในขณะที่พี่รักนั่งเปิดดูรีวิว Taiwan Street Food วนไป (ค่าตั๋วเครื่องบินไปไทเปไม่น่าตกใจเหมือนไปญี่ปุ่นที่ราคาสูงกว่าปกติ 3 เท่าเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล)

เราตัดสินใจกันแบบฉุกละหุก คล้าย ๆ ทริปฉุกละหุกคลุกหิมะ (ฮอกไกโด) เมื่อปี 2015 ที่ใช้เวลาวางแผนการเดินทางล่วงหน้า 2 สัปดาห์ และทริปจากปางอุ๋งสู่ทงยอง (เกาหลีใต้) เมื่อปี 2019 ที่ว่า No Plan แล้ว มาเจอ ทริปเซใจไปไทเป ปี 2024 ที่ผ่านมานี้ NO PLAN ยิ่งกว่า (ส่วนทริปเขาใหญ่ คุณพ่อคุณแม่คุยกันว่า เราค่อยไปนั่ง ๆ นอน ๆ กันเองสองคนยามแก่เฒ่าก็แล้วกัน)

ไม่กี่วันก่อนออกเดินทาง คุณแม่เคลียร์งานแปล น้องโรมไปเที่ยวสยามกับเพื่อน พี่รักไม่ค่อยสบาย คุณพ่อนั่งจ้องโน้ตบุ๊กทุกวัน (แม้ว่าจะลาพักร้อนไปแล้ว) ทีแรกคิดว่าทำงานหนัก มารู้ทีหลังว่าทำงานไปพร้อมกับนั่งส่องคิว Upgrade Waitlist เป็นชั้นธุรกิจด้วยการแลกไมล์อยู่ คิดเองทำเองคนเดียวไม่บอกใคร คุณแม่มารู้ก่อนเดินทาง 3 วัน หลังจากที่สายการบินยืนยันว่าได้ที่นั่งแล้ว คุณพ่อยังไม่ให้บอกลูก จะเอาไว้บอกคืนวันคริสต์มาส (เดินทางเช้าตรู่วันที่ 26 ธันวาคม)

ส่วนที่พักจองได้ในราคาที่พอรับได้ สำหรับนอน ไม่เน้นวิว (และถูกกว่าที่เขาใหญ่) โดยคุณพ่อใช้สิทธิ์บัตรอะไรสักอย่างจอง 3 คืน แถม 1 คืน ลูกไม่ยอมนอนห้อง Family Room แบบ 2 เตียงใหญ่สำหรับ 4 คน เลยต้องจอง 2 ห้องแบบแยกกันนอน เป็นห้องพักที่ “กาก” ที่สุดตั้งแต่เคยนอนมา น้องโรมกล่าว และคุณแม่เห็นด้วย หมอนนอนไม่สบาย ห้องมีกลิ่นอับ ไม่มีตู้เซฟ สลิปเปอร์บางเฉียบ เดินแป๊บเดียวก็ขาด (ปกติเราจะเลือกพักโรงแรมเครือ Accor ถูกสุดคือ Ibis ก็ยังดีกว่าที่นี่เลย แต่ห้องเต็ม) ข้อดีของที่นี่คืออยู่ใกล้ Night Market, Taipei Station, Family Mart และ 7-Eleven มาก

การเดินทางในไทเป คุณพ่อให้พี่รักเรียกรถ Uber ตลอดทริปเพราะขี้เกียจเดินขึ้นรถไฟฟ้า ทั้งที่พี่รักบอกว่าสถานีรถไฟอยู่ใกล้ ๆ สะดวกสุด ๆ แต่คุณพ่อบอกว่านั่ง Uber 4 คน ราคาพอ ๆ กับนั่งรถไฟฟ้า และสบายกว่า สรุปว่าคุณพ่อตัดสินใจถูกต้องแล้วเพราะขนาดนั่ง Uber กันแล้วยังเดินกันวันละไม่ต่ำกว่า 14,000 ก้าวทุกวันเลย

แต่ละวัน ไม่มีใครมีจุดหมายปลายทางในใจกันเลย เรียกว่า NO PLAN ที่แท้ทรู

วันแรก

หลังจากเช็คอินเรียบร้อย เดินออกจากโรงแรมมาไม่กี่ก้าวก็เจอร้าน Bon Chon น้องโรมขอกินไก่เล่น ๆ มื้อบ่ายสาม แถมถามหาข้าวเหนียวอีกต่างหาก (ซึ่งไม่มี ได้ข้าวสวยมาแทน) ระหว่างที่นั่งกินไก่บอนชอน คุณแม่หาข้อมูลแล้วชวนพ่อลูกไป Taipei Fish Market อาหารทะเลสด ๆ น่ากินไปหมดทุกอย่าง แต่ไม่ได้กินเพราะทุกคนยังอิ่มไก่บอนชอน (ที่น้องโรมบอกว่าแป้งบางกว่าที่เมืองไทย) อยู่ เลยพากันนั่งรถไป Taipei 101 Building กัน ไปถึงเห็นคนต่อคิวขึ้น Observatory Deck ยาวเลย ขี้เกียจรอ คุณพ่อเริ่มหิว เดินเข้าร้าน Very Thai Noodles ที่ลูกบ่นว่านี่มันอาหารไทยปลอมนี่นา ยังดีมีไอติมโคนงาดำอร่อยแถมให้คนละโคน กลับถึงที่พัก ลูกบอกพรุ่งนี้เจอกันตอนเที่ยงนะครับ

เช้าวันที่สอง

คุณพ่อคุณแม่ตื่นหกโมงและเจ็ดโมงตามลำดับ กินมื้อเช้าที่ซื้อไว้เมื่อคืนจาก Family Mart คุณแม่อาบน้ำ หาข้อมูลระหว่างรอเวลานัด ส่งรูปไปให้พี่รักดูว่าวันนี้พาคุณแม่ไป Port Color Houses ริมทะเลนะครับ พี่รักโทรเรียกให้คุณพ่อไปช่วยปลุกน้องโรมด้วย สุดท้ายได้ออกจากที่พักตอนเที่ยงตามที่ลูกนัดไว้จริง ๆ

พี่รักเรียก Uber Comfort รถใหญ่กว่า Uber ปกติ นั่งสบายกว่า แพงขึ้นนิดหน่อยแต่ไม่ไฮโซเท่า Uber Black เราถึง Port Color Houses (จุดถ่ายรูป) ประมาณบ่ายโมง ฝนตกปรอย ๆ เป็นละออง คุณพ่อหิวมาก เลยชวนกันเดินไปกินมื้อเที่ยงที่ Color Houses ตึกสี ๆ ที่มองเห็นอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อน แล้วค่อยกลับมาถ่ายรูปกัน เราแทบไม่ได้เลือกร้าน เพราะไม่ได้มีร้านให้เลือก สองสามร้านที่เดินผ่านเป็นร้านกาแฟกับร้านขนม พอเจอร้าน Fishery ขายราเมง เราก็เดินเข้าร้านทันที หอย ปลา และปลาหมึกที่สั่งมาเป็น Topping ราเมง สดมาก น้ำซุปก็อร่อย หรือเพราะหิวก็ไม่รู้

ออกจากร้าน Fishery เห็นร้านขายขนมและไอติม คนเยอะมาก เลยเดินผ่าน มาเข้า Tuman Café ร้านกาแฟเล็ก ๆ ดีกว่า ไม่มีคนเลย สั่งกาแฟ ชาเขียว และ Matcha Basque Cheesecake มาหนึ่งชิ้น อร่อยมาก มีระเบียงให้นั่งชมวิวท่าเรือด้วย ออกจากร้านนี้แล้วเดินกลับมาที่จุดชมวิวเพื่อถ่ายรูป รูปเดี่ยว รูปคู่ รูปเซลฟี่ จนเป็นที่พอใจแล้ว พี่รักชวนคุณพ่อนั่งรถไฟฟ้ากลับ คุณพ่อบอกให้เรียก Uber เหมือนเดิม

Uber ส่งเราลงที่ The Red House ใกล้กับตลาด Ximending Night Market ที่นี่เราแยกกันเดิน พี่รักเดินกับคุณแม่ น้องโรมหาซื้อรองเท้ากับคุณพ่อ (ได้รองเท้าใหม่เกือบทุกทริปมาโดยตลอด) จากตลาดเราเดินกลับที่พัก (ไม่ไกล) แวะหามื้อเย็นกินแบบไม่ได้จองล่วงหน้า ที่จริงน้องโรมอยากกิน Sushiro แต่แถวยาวเหยียด สรุปได้กินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Yayoi (แต่อาหารที่เสิร์ฟจะคล้าย ๆ ร้าน Otoya ที่เมืองไทย)

วันที่สาม

เหมือนเดิม คุณพ่อคุณแม่ตื่นเช้ามากินของที่ซื้อไว้จาก Family Mart รองท้อง ระหว่างรอลูก คุณแม่นำเสนอจุดหมายปลายทางที่น้ำตก Wulai Falls ลูกพร้อม 9 โมงครึ่ง นั่ง Uber Comfort ไปถึงน้ำตก 10 โมงครึ่ง น้องโรมพาเดินเข้าร้านลึกลับ Wulai Three เห็นวิวน้ำตกแบบใกล้ชิดอยู่ฝั่งตรงข้ามแต่มีกระจกคั่น ที่ร้านมีโต๊ะสำหรับให้ลูกค้าถ่ายรูปแบบมีน้ำตกเป็นฉากโดยเฉพาะด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อถ่ายรูปที่โต๊ะนี้ พนักงานร้านบอกต้องสั่งเครื่องดื่มอย่างน้อยคนละหนึ่งแก้ว แต่เราสั่ง Brunch มากินแบบเต็มที่ไปเลย เพราะพี่รักกับน้องโรมยังไม่ได้กินมื้อเช้า

ออกจากร้านมาถ่ายรูปวิวน้ำตกด้านนอก เดินไปเรื่อยเปื่อย เจอ Log Cart ไม่รู้นั่งไปลงที่ไหน (ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน) แต่ก็ซื้อตั๋วนั่งกันมา 4 คนพ่อแม่ลูก สุดทางมีสะพานสีเขียว เดินข้ามสะพานไปเป็นถนนคนเดิน Wulai Old Street เราก็เดินไปจนสุดทาง คุณพ่อให้พี่รักเรียก Uber เย็นนี้พี่รักพาไป Taipei Station ร้านขนมของฝากเต็มไปหมด น่ากินทุกอย่าง พ่อลูกแวะซื้อชานมไต้หวัน คุณแม่เดินถ่ายรูปร้านเค้ก ไม่กินก็ถ่ายรูปเฉย ๆ ก็ได้

มื้อเย็นวันนี้ ฝากท้องที่ร้านอาหารใน Taipei Station เราเดินผ่าน National Taiwan Museum และสวนสาธารณะสองรอบ แต่ไม่ได้เข้าไปชม มีนักดนตรียืนร้องเพลงเล่นกีตาร์ในสวนด้วย อากาศเย็นสบายเลย

วันสุดท้าย

ลูกพร้อม 9 โมงตรง คุณแม่อยากไป Huashan 1914 Creative Park (เดิมเป็นโรงงานผลิตไวน์) ซึ่งเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะและมีร้านขายของน่ารัก ๆ เต็มไปหมด แต่เราไปถึงก่อนเวลาเปิด เลยเดินไปหาของกินรองท้องที่ Starbucks ใกล้ ๆ สวน คุณแม่กับน้องโรมน่าจะหมดเงินไปกับของล่อตาล่อใจที่ Creative Park นี้มากที่สุด คุณแม่ได้เครื่องเขียนมาเพียบ ส่วนน้องโรมได้ของฝากมาเต็มสองมือ เดินชอปให้คุณพ่อคุณแม่นั่งรอนานเกือบชั่วโมง

แล้วการผจญภัยในไทเปของ 3 คน (คุณพ่อ คุณแม่ น้องโรม) ก็เริ่มขึ้นเมื่อพี่รักแยกตัวไปเจอเพื่อนมัธยมที่มาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นี่ พี่รักโทรคุยกับเพื่อนแล้วหันมาบอกคุณพ่อกับคุณแม่ว่าเจอกันตอนเย็นครับ โดยมอบหมายหน้าที่ในการเรียก Uber ให้คุณพ่อเรียบร้อย

คุณแม่หาข้อมูลระหว่างนั่งรอน้องโรม บอกคุณพ่อว่าไปหาอะไรกินริมแม่น้ำที่ Dadaocheng Wharf Container Market กัน คุณพ่อปักหมุดเรียก Uber โดยมีน้องโรมคอยช่วยอยู่ข้าง ๆ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของ Creative Park อยู่ตรงสี่แยกพอดี คุณพ่อเลยงงนิดหน่อยว่าจะปักหมุดตรงไหน ฝั่งไหนถึงจะเหมาะ พอมีน้องโรมมาคอยช่วยเลยวุ่นวายกันไปใหญ่เพราะความเห็นไม่ตรงกัน คุณแม่ได้แต่สังเกตการณ์ว่าจะได้เรียกรถเมื่อไหร่ เรียกแล้วจะยืนรอรถตรงไหน จะได้ขึ้นรถกี่โมง ขนาดพี่รักสอนวิธีการคร่าว ๆ ไว้ให้แล้ว สุดท้ายก็ได้ขึ้นรถแบบที่คุณพ่อกับน้องโรมบ่นกันไปมานิดนึง คุณแม่หัวเราะขำ เพลินดี

บรรยากาศริมแม่น้ำเย็นสบาย วิวสวย มีร้านขายอาหารแบบตู้คอนเทนเนอร์ และโต๊ะเก้าอี้แบบปิกนิกให้นั่งกินไปชมวิวไป สามคนพ่อแม่ลูกเดินเลือกซื้ออาหารจากคนละร้านมานั่งกินด้วยกัน ยืนรอวาฟเฟิลนานสุดเลย

พอกินเสร็จก็พากันเดินริมแม่น้ำ หันไปเห็นที่เช่าจักรยาน น้องโรมชวนคุณพ่อคุณแม่ขี่จักรยานไป Yangping Riverside Park (อยู่บริเวณเดียวกัน) ขี่ไปหยุดถ่ายรูปดอกไม้ไป สักพักคุณพ่อบอกขอขี่กลับไปรอพี่รักที่ส่งข้อความมาบอกว่าแยกกับเพื่อนแล้ว กำลังนั่งรถไฟฟ้ามาหานะพ่อ คุณแม่ก็งงทำไมต้องรอ ถ้าพี่รักมาถึงก็ให้เช่าจักรยานขี่ตามมาสิ คุณพ่อก็จะรออยู่ดี มารู้ตอนหลังว่าคุณพ่อเมื่อยและหนาว (ตอนจัดกระเป๋าบอก อากาศเย็นสบาย เตรียมแค่เสื้อคลุมแขนยาวพอ ไม่ต้องใช้เสื้อกันหนาวก็ได้ โถ)

คุณแม่ขี่จักรยานตามน้องโรมไป ตามทางมีลานสเกตบอร์ดและสนามเด็กเล่น สะพานไม้ชมวิว และจุดแวะพักมากมาย น้องโรมแวะทุกที่อย่างเพลิดเพลิน ผ่านไปเกือบชั่วโมง คุณแม่เช็คโลเคชั่นคุณพ่อกับพี่รักอยู่ด้วยกันแถว ๆ ที่เช่าจักรยาน ไม่เคลื่อนที่แม้แต่น้อย เลยชวนน้องโรมขี่จักรยานกลับไปหาคุณพ่อกับพี่รักกันเถอะ เค้าคงไม่ขี่จักรยานตามเรามาแล้วแหละ

พี่รักไม่ได้เช่าจักรยานในสวนแต่เช่าจากสถานีรถไฟฟ้า คืนที่ไหนก็ได้ สรุปคืนจักรยานพร้อมกันทั้งสี่คนที่ Dadaocheng Wharf นั่นแหละ แล้วเรียก Uber ไปหาอะไรกินที่ Ximending Night Market อะไรที่ว่าคือ บิงซู จ้ะ และอาหารเสียบไม้แถวถนนคนเดิน เพลินกันเลยสามคน (คุณพ่อ คุณแม่ พี่รัก)

น้องโรมมุ่งมั่นกับการคีบตุ๊กตามาก ไม่รู้จะคีบไปฝากใคร คุณแม่บอกซื้อเอาเถอะ ลูกบอกคีบเอาสนุกกว่า สรุปว่าหมดไปหลายร้อย ได้ตุ๊กตาพวงกุญแจมาหนึ่งพวง ลักษณะการวางตุ๊กตาแบบกั๊ก ๆ ตรงช่องหย่อนตุ๊กตา ดูแล้วไม่น่ามีใครคีบได้ ทุกตู้จะมีขา หู ปีก ของตุ๊กตายื่นมากันช่องไว้ แล้วเป็นขา หู ปีก ที่แลดูแข็งแรงทนทานกว่าปกติด้วยจ้ะ

คืนสุดท้าย คุณแม่จัดกระเป๋าเรียบร้อย ลูกฝากของที่ซื้อมาใส่ในกระเป๋าเดินทางเปล่าที่คุณแม่ลากขึ้นเครื่องเตรียมไปด้วย เพราะคุณพ่อบอกว่า รอบนี้ ขากลับไม่ต้องซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มละนะ (ทริปที่ผ่าน ๆ มา เราซื้อกระเป๋าเพิ่มหนึ่งใบเพื่อใส่ของงอกที่ชอปกระหน่ำกันทุกครั้ง)

เช้าวันที่ห้า คุณพ่อนัดให้รถตู้มารับเวลา 10 โมง เครื่องออกเกือบบ่ายโมง ที่สนามบิน คุณแม่และน้องโรมยังคงซื้อขนมไม่เลิก พี่รักซื้อ Gadget อย่างเดียว คุณพ่อนั่งรอไม่ซื้ออะไรเลย

สรุปสั้น ๆ ว่าทริปเซใจไปไทเป (The plan is… NO PLAN.) เป็นทริปที่ไม่มีแผนการเดินทางใด ๆ ตั้งแต่ต้น สิ่งเดียวที่คาดหวังคือ “Family Time” ซึ่งจะไม่เกิดขึ้นถ้าอยู่บ้านหรือไปเขาใหญ่ (เพราะลูกจะแยกย้ายอยู่ห้องใครห้องมัน) ทริปนี้ สี่คนพ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เดินกอดคอกัน กินนั่นนี่ด้วยกัน เท่านี้ก็มีความสุขมาก ๆ แล้ว คุณแม่รู้สึกได้เลยว่าทุกคนเอาใจและตามใจคุณแม่มากตลอดการเดินทาง ขอบคุณและรักหนุ่ม ๆ มากนะครับ จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟ

#TheArtOfFamilyBondingThroughTravelling

#การเดินทางสร้างสายใยแห่งรักให้ครอบครัว

Imagery: Taipei Fish Market familygallery

Imagery: Taipei Fish Market resortgallery

Imagery: Port Color Houses familygallery

Imagery: Port Color Houses resortgallery

Imagery: Wulai Falls familygallery

Imagery: Wulai Falls resortgallery

Imagery: Huashan 1914 Creative Park familygallery

Imagery: Huashan 1914 Creative Park resortgallery

Facebook Comments

Leave a Reply